ตำนานเพชรโฮปอัญมณีสุดล้ำค่า

เพชร คือ อัญมณีอันสุดแสนจะล้ำค่า ที่สาวๆ หลายๆ คนอยากมีไว้ในครอบครอง แต่มีเพชรอยู่เม็ดหนึ่งที่มันมีมากกว่าความสวย นั่นก็คือมันพ่วงมาด้วย ‘คำสาป’ ความเฮี้ยน ที่ทำให้ผู้ครอบครองมีอันเป็นไปอย่างน่าสยดสยอง เพชรเม็ดนี้ มีชื่อว่า “Hope Diamond ” เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นจาก พ่อค้าชาวฝรั่งเศส นาม Jean Baptiste Tavernier เขาได้ซื้อเพชรดิบน้ำหนัก 112 3/16 กะรัต จากเหมือง Kollur , เมือง Golconda ประเทศอินเดีย และนำมาถวายต่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ในปี ค.ศ. 1668 พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 จึงได้สั่งให้ช่างเพชรเจียระไนให้ออกมางดงาม ต่อมาจึงรู้จักกันในชื่อว่า “Blue Diamond of the Crown” หรือ “French Blue” โดยได้มีการนำไปประดับอยู่บนสายอิสริยาภรณ์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ใช้สวมในพิธีต่างๆ ต่อมาเพชรก็ได้ตกทอดมาสู่ พระนาง Marrie Antoinette แต่หลังจากเกิดการปฏิวัติครั้งใหญ่เพชรก็ได้หายไป

มาถึงปี ค.ศ. 1830 Henry Philip Hope ได้เจอเพชรเม็ดนี้และซื้อมันไว้ หลังจากนั้นอีก 9 ปีต่อมาเขาก็ได้เสียชีวิตลง ทำให้เพชรตกทอดไปยังญาติพี่น้องตระกูลโฮป ในปี ค.ศ.1906 ก็ได้มีการผ่านจากมือของสมาชิกในครอบครัวโฮป ไปตกอยู่ในมือของตัวแทนจำหน่ายเพชรชาวเปอร์เซีย ต่อมาเขาก็ได้ฆ่าตัวตาย ส่วนเจ้าของคนถัดมาก็คือ เจ้าชายคานิตอฟกีแห่งรัสเซีย ท่านทรงซื้อเพชรเม็ดนี้ไว้ พร้อมมอบเป็นของขวัญให้แก่นางสนม เพื่อใส่ไปแสดงละคร แต่ในขณะที่เธอกำลังแสดงอยู่นั้นจู่ๆ เจ้าชายก็ทรงสังหารเธอด้วยปืน อีก 2 วันให้หลัง พระองค์ก็ถูกปลงพระชนม์โดยนักปฏิวัติชาวรัสเซีย

ผู้ครอบครองคนต่อมา คือ ชาวอียิปต์ที่ต้องจมน้ำตายทั้งครอบครัว เพราะอุบัติเหตุเรือสำราญชนกันที่สิงคโปร์ นายหน้าจึงได้นำเพชรเม็ดนี้ไปขายให้แก่สุลต่านแห่งตุรกี แต่นายหน้าคนนี้ก็ต้องเสียชีวิตพร้อมทั้งภรรยาและลูกจากเหตุการณ์รถยนต์ตกหน้าผา ทางด้านสุลต่านแห่งตุรกีก็ได้มอบเพชรเม็ดนี้ให้แก่พระสนม แต่ตอนที่ทหารของพระองค์กำลังก่อการรัฐประหาร กระสุนปืนได้พลาดไปถูกพระสนมจนตาย สุลต่านถูกเนรเทศ ส่วนขันทีผู้ดูแลรักษาเพชรก็ถูกจับแขวนคอ

จากนั้นบริษัท Cartier ก็ซื้อเพชรไว้ แล้วนำไปขายต่อให้กับครอบครัว McLean คำสาปสำแดงเดชอีกครั้ง เมื่อลูกชายวัย 8 ขวบของพวกเขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชน ส่วนบุตรสาวกับหลานสาว ก็ตายเพราะใช้ยา Barbiturate เกินขนาด ส่วน Edward McLean ก็พบว่ามีอาการคลุ้มคลั่ง , วิกลจริต และเสียชีวิตในโรงพยาบาลโรคจิต สุดท้าย Harry Winston พ่อค้าเพชรชาวนิวยอร์ก ได้ซื้อ “ Hope Diamond ” และมอบให้แก่สถาบัน Smithsonian Institute ในกรุง Washington, D.C.

เคยได้ยินเรื่องราวของกล่องข้าวน้อยฆ่าแม่ไหม

kongkaonoikamah        หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องราวของกล่องข้าวน้อยฆ่าแม่ เป็นเรื่องราวที่น่าเศร้าสลดใจมากเรื่องหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นเรื่องราวของลูกผู้สำนึกผิดในวันและเวลาที่สายไปเสียแล้ว ในจังหวัดยโสธรมีพระธาตุกล่องข้าวน้อยที่ถูกสร้างอยู่ในเขตของวัดทุ่งสะเดา ที่มาของพระธาตุกล่องข้าวน้อยนั้น มาจากเรื่องราวของแม่ที่ตายเพราะถูกลูกชายของตัวเองฆ่าโดยไม่ได้ตั้งใจ เรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อหลายร้อยปีที่ผ่านมา ในช่วงหน้าฝนของปีหนึ่งแม่กับลูกชาย ได้ออกไปทำนากันกลางนา ลูกชายของเขานั้นเป็นคนที่ขยันขันแข็งมาก แต่แล้วเรื่องราวเลวร้ายก็ได้เกิดขึ้นกับเขา เพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบของเขานั้นเอง ในวันนั้นแดดร้อนจัดมากแต่เขา 2 คนแม่ลูกก็ออกไปทำนาตามปกติ ลูกชายของเขาทำนากลางแดดตั้งแต่เช้าจนถึงเวลาเที่ยง รอว่าแม่จะมาถึงหรือยังเพราะ แม่ของเขาได้เดินกลับไปเอาข้าวให้กินตั้งแต่ช่วงสายๆ แต่ ตอนนี้เที่ยงกว่าแล้วทำไมยังไม่มา แดดร้อนก็ร้อนเหนื่อยก็เหนื่อยหิวก็หิวมาก เขาก้มน่าก้มตาทำนาต่อไประหว่างรอแม่ แดดก็ร้อนขึ้นๆ ความเหนื่อยก็มากขึ้น ความหิวที่หิวอยู่ก็มีเพิ่มขึ้น จนกระทั่งบ่ายแก่ๆ แม่มาถึง วิ่งมาถึงเถียงนาที่ลูกรออยู่ ลูกชายด้วยความโมโหหิวมากจึงวิ่งเข้าหาแม่ ตะโกนด่าว่าแม่ต่างๆ นาๆ ลูกชายด้วยความโมโหตะโกนถามแม่ออกมาว่า “ อีแก่มึงมัวไปทำอะไรอยู่ ทำไมจึงมาส่งข้าวกูช้านัก ” ยังไม่ทันที่แม่จะตอบอะไรเลยสายตาของลูกชายได้มองไปเห็นกล่องข้าว ที่แม่เตรียมมาให้พอเห็นว่ากล่องข้าวที่แม่เตรียมให้นั้นเล็ก ก็ยิ่งโมโหหนักมาก จึงได้เอาไม้แอกน้อยที่อยู่ในมือฟาดเข้าไปที่แม่ แล้วรีบคว้ากล่องข้าวที่แม่ถือมาให้เอามากินแบบยัดๆ กินไปจนกระทั่งเริ่มรู้สึกว่าอิ่มแต่ทำไม ข้าวในกล่องยังเหลืออยู่ สติของผู้เป็นลูกได้กลับคืนมา นึกถึงแม่ขึ้นมาวิ่งไปดูแม่ที่นอนจมกองเลือดอยู่ แต่ทุกอย่ากลับไม่ทันมันสายไปเสียแล้ว เขารู้สึกผิดมากจึงได้ไปสารภาพกับสมภารวัด และรู้สึกผิดต่อแม่มากจึงได้ชักชวนสิ่งที่อยากจะทำให้แม่ของเขาเป็นสิ่งสุดท้าย คือสร้างพระธาตุน้อยเป็นรูปกล่องข้าวขึ้นมาเพื่อระลึกถึงแม่ ของเขา ในปัจจุบันพระธาตุน้อยนั้นได้ตั้งอยู่ในเขตวัดทุ่งสะเดาจังหวัดยโสธร ให้คนที่คิดสำนึกผิดต่อ พ่อ – แม่ ได้ไปกราบไหว้ เพราะบางคนมีความเชื่อว่าถ้าหากไปกราบไหว้จะเป็นการไถ่ความผิดที่มีต่อพ่อกับแม่