ขอมโบราณ

korm ย้อนตำนานวัฒนธรรมโบราณของบรรพบุรุษเก่าแก่แห่งอุษาคเนย์ นั่นคือ ขอม ที่เป็นชนชาติที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งในภูมิภาคอุษาคเนย์(เอเชียอาคเนย์)ซึ่งมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนาน มีมรดกที่สำคัญๆ มากมาย และมรดกสำคัญที่สุดของอาณาจักรขอมคือ นครวัด นครธม ซึ่งเคยเป็นนครหลวงเมื่อครั้งที่อาณาจักขอมเจริญรุ่งเรืองจนถึงขีดสุดและลัทธิความเชื่ออีกมากมายโดย ศาสนาหลักของประเทศขอมคือ ศาสนาฮินดู พุทธ ศาสนา

ต้นกำเนิดของขอมยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าตามประวัติศาสตร์แล้ว ขอมนั้นมีถิ่นฐานอยู่ที่ใดกันแน่นักวิชาการบางท่านว่า อยู่มาเลเซียตอนใต้ ส่วนบางท่านบอกว่ามาจากประเทศจีนตอนล่างน่าจะเกี่ยวข้องกับเผ่าไทของจีน

แต่สิ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นชนชาติที่ยิ่งใหญ่ในยุคสมัยนั้นคือ ปราสาท ขอมประเทศมีปราสาทมากมายไม่ว่าจะ ปราสาทนครธม ปราสาทพระขรรค์ ปราสาทนครวัด ปราสาทเขาพระวิหาร ปราสาทพนมรุ้ง ฯลฯ เนื่องจากขอมได้ยกย่องกษัตริย์เป็นดั่งเทพเจ้า เมื่อสวรรคต ดวงวิญญาณจะไปหลอมรวมกับเทพเจ้าจึงสร้างปราสาทไว้ให้เป็นที่สถิตเพื่อเคารพบูชาพระองค์และเทพเจ้า ดังนั้นจึงเกิดปราสาทมากมายในขอมประเทศ ซึ่งสุดยอด สถาปัตยกรรมของขอมนั้น คงหนีไม่พ้น ปราสาทนครวัด ปราสาทหินที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เป็นโบราณสถานที่ทรงคุณค่าและเก่าแก่ที่สุดในกัมพูชา ทั้งยังเป็นเทวสถานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก มีหินทรายเป็นวัสดุ สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ขนาดใหญ่ ถึง 2 แสนตารางเมตร สูง 65 เมตร ยาว 100 เมตร กว้าง 80 เมตร คูน้ำกว้าง 200 เมตร จากหลักฐานต่างๆ สันนิษฐานว่าเพื่อเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรหรือไม่ก็เพื่ออุทิศถวายแด่พระวิษณุ(พระนารายณ์)เนื่องจากหันหน้าไปทางทิศตะวันตกซึ่งเป็นทิศแห่งความตาย

แต่อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่นักประวัติศาสตร์สรุปตรงกันคือ ปราสาทนครวัดสร้างขึ้นด้วยคติจักรวาล มีเขาพระสุเมรุเป็นแกนกลางจักรวาลเมื่อเราเดินทางเข้าปกติจะคล้ายกับว่าเราเดินทางจากโลกมนุษย์ไปสู่สวรรค์ ทั้งหมดนี้ทำให้เรารับรู้ได้ถึงความยิ่งใหญ่ของขอมในประวัติศาสตร์ ว่าเกรียงไกรขนาดไหน

มหานครที่รุ่งเรืองในอดีตกับการหายไป

atlantis2ยังคงมีเรื่องราวที่ได้เล่าขานนานมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ของมหานครลึกลับโบราณ ที่พยายามค้นหาคำตอบของคนทั้งโลก ที่ยังคงเวียนว่ายอยู่ในความทรงจำ มีการถามถึงอยู่อย่างต่อเนื่องถึงการล่มสลายของอาณาจักรโบราณแห่งนี้ คงจะพอคาดเดากันได้แล้วใช่ไหมว่ามหานครลึกลับที่กล่าวถึงนี้คืออะไร สถานที่แห่งนั้นคือ แอตแลนติส

มีการพูดกล่าวถึงอยู่กันบ่อยๆ ว่าถึงตำนานลึกลับ จากนักปรัชญาชาวกรีก ที่มีผลต่ออย่างสูงกับความคิดทางด้านนี้ ที่ว่ากันว่า อาณาจักรแห่งนี้อยู่บนมหาสมุทรแอตแลนติส เมืองนี้เปี่ยมไปด้วยผู้คนที่ทรงคุณธรรม มีความฉลาดที่เหนือล้ำ นำหน้าด้วยเทคโนโลยีขั้นที่สูงส่งมาก กำแพงเมืองก่อสร้างด้วยทองคำ และสิ่งปลูกสร้างทำจากแร่เงิน มีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ สถานที่อำนวยความสะดวกมากมาย เป็นอาณาจักรที่ มีอารยธรรมรุ่งเรืองจนถึงขีดสุด (คิดว่าน่าจะสูงสุดที่คิดได้แล้วละ) ผู้ที่กล่าวถึงเรื่องนี้คือนักปรัชญาที่ชื่อ เพลโต กล่าวถึงอาณาจักรที่รุ่งเรืองและล่มสลายจากคลื่นยักษ์ ที่กลืนกินทุกสรรพสิ่ง ให้จมหายไปราวกับไม่เคยมีมันเกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ หลายๆ ความคิดเห็นกล่าวว่านี่อาจจะเป็นเพียงเรื่องเพ้อฝันที่แต่งเติมด้วยจินตนาการของ เพลโต แต่ก็ยังมีผู้คนที่เชื่อกับตำนานที่เพลโตได้กล่าว ผู้ที่มีศรัทธาในหัวใจจะเข้าถึงมหานครนี้ได้ ช่วงเวลาที่แอตแลนติสล่มสลาย คือประมาณ 12,000 ปีก่อนซึ่งตอนนั้นโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงเปลือกโลกครั้งสุดท้าย สิ่งมหัศจรรย์ที่สุดที่เกิดขึ้นในดินแดนแห่ง คือ ชาวแอตแลนติสสามารถผลิตพลังงานที่มหาศาลรวบรวมไว้ด้วยซึ่งพลังงานธรรมชาติทั้งหมดที่มีอยู่ในโลกและจักรวาล

ทั้งยังมีบันทึกจากนักบวชชาวอียิปต์เล่าให้ชาวกรีก ฟัง ถึงบันทึกอันเก่าแก่ ว่า เกาะแอตแลนติสปกครองด้วยตระกูลกษัตริย์สูงส่งที่ทรงอำนาจ บ้างก็บอกว่าเป็นเชื้อสายมาจากเทพโพเซดอน ปฐมกษัตริย์พระองค์แรก ชื่อ แอตลาส จากวันเวลาที่ผ่านไปเนินนานทำให้ คนในนครแอตแลนติส ลุ่มหลงในเงินทอง และอำนาจ ทวยเทพเห็นว่ามหานครนี้ได้เสื่อมทรามลงจึงทำการลงโทษให้เกิดแผ่นดินไหวและน้ำท่วมกลืนกินมหานครแอตแลนติสลงก้นทะเลจนถึงทุกวันนี้

โบราณสถานที่ยิ่งใหญ่ในอดีต

Partenal                หากกล่าวถึงความยิ่งใหญ่และเฟื่องฟูในอดีตคงจะมีอยู่ในใจเพียงไม่กี่สถานที่เท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้ดูทรงพลังและเป็นมนต์ขลัง คงจะหนีไม่พ้น วิหารพาร์เทนอล ซึ่งวิหารนี้เกิดขึ้นจากความเชื่อของชาวกรีก หรือพูดง่ายๆว่าตำนานของชาวกรีกนั่นเองโดยตั้งชื่อ กรุง Athensมาจากชื่อของเทพีอาเทน่า (เทพีแห่งปัญญา)ที่เนรมิตต้นมะกอก ขึ้นมาเพื่อใช้ประโยชน์และเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ (มะกอกยังเป็นผลไม้เศรษฐกิจอีกด้วย) ทำให้ ชาวกรีกนับถือเทพีอาเทน่าเป็นอย่างมาก (นึกถึงเรื่องเซนต์เซย่าเลย)จึงได้มีการสร้างมหาวิหารพาร์เทนอลขึ้น เพื่อถวายแก่เทพีอาเทน่า ยิ่งไปกว่านั้น คำว่า พาร์เทนอล ยังหมายถึง ห้องแห่งเทพีพรหมจารีย์ (ให้เกียรติกันสุดๆ)

แล้วพาร์เทนอลจะเกิดขึ้นได้อย่างไรหากปราศจาก เพริคลีส ผู้นำที่เข้มแข็งที่สุดในยุคนั้น วิหารพาร์แทนอลมีอายุที่ยาวนาน มากกว่า 2600 ปี ถูกสร้างขึ้นจากหินอ่อนทั้งหลัง กว้าง 101.4ฟุต ยาว 228.0ฟุตสูง 34.1ฟุต ด้านหน้า จะมีเสา 8 ต้น และด้านข้างมีเสาด้านละ 17 ต้น และมี รูปปั้น เทพีอาเทน่าประดิษฐานอยู่ภายใน สูงประมาณ 12 เมตร

แต่ว่าทุกสิ่งอย่างบนโลกใบนี้ย่อมมีการเปลี่ยนแปลง ถ้าหากเราลองสังเกต การเปลี่ยนแปลงของวิหารพาร์เทนอลที่เกิดขึ้น คือ วิหารนี้ได้กลายเป็นโบสถ์ของชาวคริสเตียนและเป็นสุเหร่าของชาวอิสลาม ทำให้มหาวิหารนี้มีมากมายหลายวัฒนธรรมและศาสนาขึ้นอยู่กับความเป็นใหญ่ของผู้ที่ครอบครองอาณาจักรในขณะนั้น เป็นโบราณสถานที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาก ถ้าหากว่าคุณมีโอกาสที่จะได้เดินทางไปประเทศ กรีซ ก็ควรจะลองไปวิหารพาร์เทนอลดูสักครั้ง เพื่อที่จะพบกับความยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์ ว่าคนยุคสมัยนั้นสร้างประติมากรรมแบบนี้ได้อย่างไร โดยที่ไม่มีเครื่องมือช่วยอำนวยความสะดวกเหมือนในสมัยนี้