ประวัติของจักรวรรดิเปอร์เซีย (Persian Empire)

ในอดีตเมื่อพูดถึงดินแดนที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีอารยธรรมจนทำให้คนยุคนี้สามารถศึกษาประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ของมนุษย์ยุคก่อนได้เข้าใจมากยิ่งขึ้นคงหนีไม่พ้นจักรวรรดิเปอร์เซีย (Persian Empire) ดินแดนซึ่งบอกได้ว่ามีความน่าสนใจในหลายมุมมอง มีประวัติศาสตร์แสนยาวนาน ถือว่านี่คือความน่าสนใจที่นักประวัติศาสตร์นิยมศึกษาและทำความเข้าใจกันอย่างมากเลยก็ว่าได้สำหรับดินแดนแห่งนี้

เรียนรู้ประวัติของจักรวรรดิเปอร์เซีย (Persian Empire)

ชาวเปอร์เซียจัดเป็นชาวอินโดอารยันกลุ่มหนึ่งถิ่นกำเนิดในปัจจุบันก็คือประเทศอิหร่าน มีการก่อสร้างบ้านเรือนบริเวณดังกล่าวขึ้นมาจนกลายเป็นอาณาจักร มีปฐมกษัตริย์นามว่า อาเคมีเนส แห่งราชวงศ์อาเคเมนิค กระทั่งถึงสมัยพระเจ้าไซรัส เปอร์เซียได้ทำสงครามกับอาณาจักรลิเดียแห่งพระเจ้าคริซุสอันถือได้ว่าเป็นอาณาจักรร่ำรวย มั่งคั่ง เข้มแข็ง แต่พวกเขาก็สามารถเอาชนะอาณาจักรลิเดียได้นั่นคือจุดเริ่มต้นอันแท้จริงแห่งความยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิเปอร์เซีย (Persian Empire) หลังเอาชนะอาณาจักรลิเดียได้พระเจ้าไซรัสก็ได้แผ่ขยายอำนาจการปกครองไปยังดินแดนต่างๆ รอบข้างกระทั่งยึดกรุงบาบิโลนได้สำเร็จในปี 539 ก่อนคริสตกาล ส่งผลให้พระองค์สามารถครองพื้นที่บริเวณเมโสโปเตเมียได้ทั้งหมด จากนั้นได้เข้ายึดครองพื้นที่อียิปต์ส่งให้จักรวรรดิเปอร์เซีย (Persian Empire) ก้าวขึ้นสูจุดสูงสุดและพระเจ้าไซรัสเองได้รับการขนานนามให้เป็น มหาราช ศูนย์กลางของจักรวรรดิเปอร์เซีย (Persian Empire) ในอดีตพื้นที่ปัจจุบันคือประเทศอิหร่าน แต่เดิมเมืองหลวงของอาณาจักรแห่งนี้มีชื่อว่า กรุงเอคบาทานา แต่พอพระเจ้าไซรัสได้ขึ้นครองราชย์มีการสร้างเมืองใหม่ที่ เปอร์ซีโปลิส ก่อนจะกลายเป็นศูนย์กลางแห่งการปกครองล่วงไปถึงรัชกาลของพระเจ้าดาริอุสที่หนึ่ง พระองค์ได้ทรงสร้างเมืองหลวงแห่งใหม่ขึ้นมาชื่อว่า นครสุสา ชาวเปอร์เซียทั่วไปนับถือศาสนาโซโรอัสเตอร์ถือเป็นศาสนาประจำอาณาจักร ยืดเอาคัมภีร์อาเวสตา เป็นคัมภีร์อันมีความเชื่อเกี่ยวกับจักรวาลแบ่งออกเป็นฝ่ายดีและชั่ว มีเทพเจ้าแห่งความดีชื่อ อหุรมัสดา เป็นเทพสูงสุด และมีอัครทูตพร้อมเทวทูตจำนวนมากเป็นบริวาร

ในช่วงเวลาดังกล่าวต้องยอมรับว่าจักรวรรดิเปอร์เซีย (Persian Empire) ถือเป็นอาณาจักรที่มีประวัติศาสตร์ อารยะธรรมเจริญรุ่งเรืองมาก มีการสร้างเขื่อน ฝาย รางส่งน้ำ เพื่อใช้สำหรับการเพาะปลูก มีระบบชลประทานใต้ดินเรียกว่า คานัต ใช้สำหรับส่งระบบน้ำเข้าสู่เมือง ด้านสถาปัตยกรรมก็มีความโดดเด่นเรื่องการสร้างพระราชวัง การนำเอาศิลปะต่างๆ มาผสมผสานอย่างลงตัว ด้านการทหารมีการพัฒนาจนก้าวไกลเกินหน้าดินแดนอื่นๆ และเป็นกองทัพที่ดีที่สุดในยุคนั้นเลยทีเดียว ถือว่านี่คืออาณาจักรแห่งประวัติศาสตร์ที่คนในยุคนี้ยังต้องศึกษาหลายด้านในความน่าสนใจ