นักโทษประหารยิงเป้าที่ยิงแล้วแต่ไม่ยอมตาย

prisoner1                นางกิ่งแก้ว ลอสูงเนิน หญิงไทยชาวโคราชคนหนึ่ง ที่ได้มีการบันทึกเรื่องราวของคดีลักพาตัวเด็กไปเรียกค่าไถ่ เรื่องนี้เป็นประวัติศาสตร์ไทยเรื่องหนึ่งที่มีผู้คนสนใจและติดตามเป็นจำนวนมาก ประวัติส่วนตัวของนางกิ่งแก้ว และรายละเอียดส่วนใหญ่แล้วจะมีในหนังสือของต่างประเทศ เรื่องราวของหญิงไทยที่ถูกไปตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ เมื่อใน พ.ศ. 2519 มีคดีดังของนางกิ่งแก้วที่เปิดเผยออกทั่วโลก และผลตอบรับนั้นคือมีผู้คนติดตามข่าวสารเป็นจำนวนมาก ในเนื้อเรื่องบอกเล่าว่านางกิ่งแก้ว เดิมทีเป็นคนโคราชและได้เข้ามาทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กในกรุงเทพ เด็กชายที่ถูกฆ่ามีอายุ 6 ขวบ วันที่ก่อเหตุ นางกิ่งแก้ว ไปรับน้องที่โรงเรียนคุณครูก็ไมได้สงสัยอะไรเพราะ มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่นางกิ่งแก้วจะไปรับเด็กที่โรงเรียน เมื่อพาเด็กไปได้แล้วนางกิ่งแก้วและเพื่อนชายของเธออีก 2 คนได้ติดต่อไปยังพ่อกับแม่ของเด็ก และนัดเจอกันเพื่อเอาเงินและแลกกับตัวเด็ก เมื่อถึงเวลานัดพ่อกับแม่เด็กเกิดผิดพลาดในการส่งเงิน คนร้ายจึงโมโหมากกลับมาถึงที่พัก ก็ตุบตีเด็กและเอามีดแทงเข้าที่เด็ก จากนั้นจึงนำตัวเด็กไปฝั่งในดินหลังบ้านที่พักเพื่อนชายทั้ง 2 คนหลบหนีไป แต่ในเวลานั้นเป็นเวลาเดียวกันกับเด็กโดนแทง นางกิ่งแก้วออกไปซื้อของและอาหาร ไม่รู้แต่เมื่อกลับมาจากการไปซื้อของกลับมาก็ไม่เจอใครเลย และนางกิ่งแก้วจึงคิดว่าต้องเกิดอันตรายกับเด็กแน่ๆ จึงได้หาเด็กรอบบ้าน จนมาเจอเศษดินหลังบ้านกระจุยกระจาย นางกิ่งแก้วจึงขุดหลุมดินหลังบ้านและเจอเด็กชายไม่หายใจแล้ว เมื่อส่งศพตรวจพิสูจน์หลักฐานปรากฏว่าหมอบอกว่ามีเศษดินที่เข้าไปอยู่ในปอดเด็ก นั้นแปลว่าตอนที่ฝังเด็กนั้นเด็กยังไม่ตาย ศาลตัดสินให้นางกิ่งแก้วประหารชีวิตโดยการยิงเป้า ตอนนำตัวนางกิ่งแก้วไปประหารเธอเหม่อลอยพูดเพ้ออยู่เพียงแค่ว่า ” ฉันไม่ผิด..ฉันไม่ได้ทำ ” เพชฌฆาตยิงกระสุนชุดแรก 15 นัด แต่น่าตกใจอย่างมากเพราะ นางกิ่งแก้วยังไม่ตาย เพชฌฆาตจึงต้องรีบยิงกระสุนอีก 15 นัด กระสุนที่ใช้ในการหยุดลมหายใจของนางกิ่งแก้วต้องใช้ถึง 2 ชุดด้วยกัน เนื่องจากหัวใจของนางกิ่งแก้วไม่ได้อยู่ข้างซ้ายแต่อยู่ที่ข้างขวา เจ้าหน้าที่ทุกคนเล่าว่านางกิ่งแก้วรักเด็กคนนี้มาก ตอนที่รอการตัดสินโทษเธอจะพูดอยู่แค่ว่า” ฉันไม่ผิด..ฉันไม่ได้ทำ ” หลังจากนั้นนักโทษคนอื่นๆ มักจะเห็นวิญญาณของนางกิ่งแก้วมาหลอกมาหลอนอยู่ในเขตกำแพงข้างในบริเวณเรือนจำอยู่เสมอ